Menu
14 OCT
สังเกตความผิดปกติของหู เมื่อเกิดอาการหูอื้อ ก่อนที่จะสายเกินไป
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
   เมื่อเกิดเสียงดังในหูหรือเกิดจากการรบกวนขึ้นบ่อยๆ นั้นแสดงว่ากำลังเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นในหูของคุณแล้ว การสังเกตความผิดปกติของหูนั้นสามารถดูได้ 2 แบบ คือ อย่างแรกเป็นเสียงรบกวนที่ได้ยินอยู่คนเดียวยกตัวอย่างให้เห็นกันง่ายๆ ก็อย่างเช่นคนที่มักจะได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องอยู่ในหู เสียงลม หรืออาจจะเป็นเสียงหึ่งๆ อื้อๆแล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็คือเสียงรบกวนที่คนอื่นได้ยินด้วย คนอื่นที่พูดถึงนั้นก็คือหมอนั้นเองเสียงที่เกิดจากการรบกวนที่หมอนั้นจะสามารถได้ยินเกิดจากหลอดแดงใหญ่ หลอดเลือดดำ มันจะเป็นเสียงดังตุ้บๆ ฟู่ๆ ตามชีพจร เมื่อหมอจับชีพจรก็จะสามารถได้ยินเหมือนกันกับคุณด้วย ซึ่งในการที่แพทย์จะรักษาอาการนี้ก็คือจะต้องทำการสังเกตและการวินิจฉัยอย่างละเอียดบางครั้งนั้นเสียงที่เข้ามารบกวนนั้นก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ   ในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้นหรือคนแก่ ก็มักจะเกิดปัญหานี้เป็นประจำ สาเหตุอาจจะเกิดจากเมื่อสมัยตอนทำงานต้องอยู่นั้นใช้ชีวิตอยู่กับเสียงที่ดังตลอดเวลา เมื่อสะสมเป็นเวลานานหูก็จะเกิดปัญหาทางการได้ยิน จนบางคนก็ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หลังผ่าตัดแล้วบางรายอาจจะดีขึ้น บางรายไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องใช้เครื่องช่วยฟังเข้ามาช่วยเพื่อให้ทุกอย่างนั้นสามารถกลับมาเป็นปกติ เพราะ เครื่องช่วยฟัง นั้นเป็นอุปกรณ์ที่จะสามารถทำให้คนที่มีปัญหาทางการได้ยินได้ใช้ชีวิตอยากปกติสุขที่สุดแล้ว เพราะทุกคนสามารถเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับตัวเองได้ แถมยังสามารถเลือกให้เหมาะกับงบในกระเป่าด้วย เพราะราคา เครื่องช่วยฟัง ทุกวันนี้มีตั้งแต่ราคาที่ถูกถึงราคาที่แพง แต่ก็ต้องยอมรับว่าของดีราคาถูกมันไม่มีในโลก ถ้าอยากได้ของดีหน่อยก็อาจจะยอมจ่ายแพงขึ้นมาหน่อย
CONTINUS READING
14 SEP
การเลือกเครื่องช่วยฟังสำหรับคนหูตึง
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
   ถ้าหากพูดถึงเรื่องของ เครื่องช่วยฟัง ขึ้นมานั้นทุกคนก็จะคิดถึงคนที่มีอาการหูตึงหรือหูหนวกขึ้นมาทันที ในบางรายรู้ตัวช้าว่ากำลังเป็นโรคหูตึง จนเมื่ออาการนั้นหนักขึ้นเรื่อยเพราะเสียงที่ได้ยินนั้นเริ่มเปลี่ยนไปจึงรู้ตัวเองนั้นกำลังมีภาวะอาการหูตึง ดังนั้นตัวคุณเองและคนรอบข้างนั้นก็ต้องคอยสังเกตอาการด้วยว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะหูตึงอยู่หรือเปล่า แต่เท่าที่สังเกตมานั้นอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในวัยผู้สูงอายุ แต่ในเด็กก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน แม้กระทั่งในกลุ่มวัยรุ่นนั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้   สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูตึงนั้นก็อาจจะเกิดจากความเสี่ยง หรือเกิดจากอุบัติเหตุก็สามารถเป็นได้ เพราะบางคนเกิดอุบัติเหตุจนได้รับการกระทบกระเทือนจนทำให้ได้ยินเสียงเพี้ยนไป สาเหตุที่ทำให้เสียงเพี้ยนนั้นก็อาจจะเกิดจากระบบประสาทนั้นได้รับการกระทบกระเทือนนั้นเอง บางคนถึงขั้นหูดับไปเลยก็มี เมื่อหูดับ ไม่ได้ยินเสียง ก็ต้องใส่ เครื่องช่วยฟัง การใช้เครื่องช่วยฟังนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็น 4 ชนิด เครื่องช่วยฟังชนิดที่เล็กที่สุดนั้นจะเป็นชนิด ITE ที่เล็กและสามารถเอาเข้าไปในรูหูได้ เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กนั้นจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบใช้เนื่องจากไม่ใหญ่จนดูน่ารำคาญและถือว่าเป็นการปกปิดได้ดี เพราะบางคนก็เกิดอาการอายที่จะต้องโชว์เครื่องช่วยฟังให้คนอื่นเห็น ส่วนใหญ่แล้วเครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กจะเป็นที่นิยมของคนทั่วไปที่มีอาการได้ยินเสียงที่ผิดปกติ เพราะ เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก นั้นเหมาะกับการพกพา ทำให้เกิดความคล่องตัวที่มากว่าการพกพาเครื่องใหญ่ๆ ราคา เครื่องช่วยฟัง เหล่านี้ก็จะมีตั้งแต่ถูกมากไปจนถึงแพงมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้งานด้วย ราคานั้นก็เป็นตัวกำหนดการทำงานของเครื่องช่วยฟังด้วย เพราะถ้าราคาสูงนั้นก็จะมีการทำงานที่ดีกว่านั้นเองไม่อยากให้หูประสบปัญหาต้องรู้จักวิธีการรักษา    วันนี้เราจะเอาเคล็ดลับเรื่องเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขอนามัยของหูมาฝากทุกคน ทำไมถึงต้องดูรักษาหู นั้นก็เป็นเพราะว่าหูคนเรานั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญ และเราทุกคนก็ต้องดูแลรักษาหูเพื่อไม่ให้ได้รับความผิดปกติและได้รับการกระทบกระเทือนอย่างเด็ดขาดยิ่งเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นก็ต้องดูแลหูมากเป็นพิเศษ เนื่องจากภาวะประสาทหูเสื่อมหรือการที่หูคนเราเริ่มมีปัญหาก็ตอนที่อายุเริ่มมากขึ้นนั้นเอง วันนี้ก็มีวิธีการป้องกันหูของคุณไม่ให้เกิดความผิดปกติ วิธีการที่แนะนำเบื้องต้นนั้นก็คือ หลีกเลี่ยงการปั่น แคะ ล้าง เพราะยิ่งเราไปยุ่งกับมันมากเท่าไหร่นั้นก็เหมือนกับว่าเราไปกระตุ้นให้มีขี้หูเพิ่มมากขึ้นนั้นเองอีกอย่างการที่เรานั้นแคะหูบ่อยๆ นั้นเป็นการไปทำให้เกิดการระคายเคืองต่อรูหูของเรานั้นเอง ยิ่งแคะทุกวันก็ยิ่งเหมือนดันขี้หูให้เข้าไปอยู่ข้างในมากยิ่งขึ้นด้วย บางคนนั้นแคะหูบ่อยจนเกิดอาการหูอื้อในบางคนนั้นก็รู้สึกปวดหู   นอกจากนั้นบางคนยังมีอาการแน่นในช่องหู อาการเล่านี้นั้นเป็นอาการที่กำลังส่อเค้าถึงความเป็นอันตรายที่กำลังจะเกิดกับรูหูของคุณ เพราะถ้าเกิดว่าทำบ่อยก็อาจจะทำให้แก้วหูฉีกขาดได้ อีกอย่างที่ทุกคนนั้นต้องระวังก็คืออย่าให้ของเหลวหรือน้ำนั้นเข้าหูอย่างเด็ดขาด บางคนน้ำเข้าหูแล้วใช้สำลีแคะหูจนแก้วหูทะลุ ถ้าคุณกลัวน้ำเข้าหูเวลาสระผมหรือเล่นน้ำอาจจะใช้วิธีการเอาสำลีอุดหูไว้ก็ได้ หรือใช้หมวกพลาสติกคลุมผมโดยให้ปิดถึงหู วิธีการนี้จะช่วยให้หูคุณนั้นรอดพ้นจากการโดนน้ำ แล้วคุณก็หมดกังวลเรื่องการบาดเจ็บของหูไปได้เลย อีกอย่างหนึ่งคุณเคยเห็นไหมครับสำหรับใครก็ตามที่เวลาอาบน้ำแล้วน้ำเข้าหูนั้น วิธีการเอาน้ำออกคือให้คุณเอียงศีรษะเอาหูข้างที่น้ำเข้าลงต่ำ ดึงใบหูให้กางออก ซึ่งจะทำให้ช่องหูอยู่ในแนวตรงที่น้ำจะไหลออกมาได้ง่ายขึ้น และนี้ก็เป็นวิธีการแก้ไขและป้องกันเบื้องต้นสนใจสินค้าและต้องการเลือกซื้อ เครื่องช่วยฟังราคาถูก คุณภาพดี ติดต่อทีมงานคุณภาพของเราได้เลย
CONTINUS READING
6 Nov
มาตรวจเช็คระดับการได้ยิน มาดูกันว่าคุณอยู่ในระดับไหน
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
ในระดับการได้ยินการเข้าใจคำพูดเริ่มใช้ dB มากกว่า 26 ควรเริ่มใช้ช่วยเครื่องฟังในเบื้องต้น เพราะระดับความพิการ อยู่ในระดับหูตึงน้อย อาจจะใช้เครื่องที่มี dB ไม่สูงมากนะ เพราะจะไม่ทำลายแก้วหู ประสาทรับเสียง ระดับการได้ยิน / ระดับความพิการ / ความสามารถในการเข้าใจคำพูด0-25 dB / ปกติ / ไม่ลำบากในการรับฟังคำพูด26-40 dB / หูตึงน้อย / ไม่ได้ยินเสียงกระซิบ41-55 dB / หูตึงปานกลาง / ไม่ได้ยินเสียงพูดปกติ56-70 dB / หูตึงมาก / ไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังมาก71-90 dB / หูตึงรุนแรง / ได้ยินไม่ชัดแม้ต้องตะโกน>90 dB / หูหนวก / ตะโกน หรือใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ยิน
CONTINUS READING
6 Nov
ฟังเพลงจาก Ipod Iphone เสี่ยงต่อการหูตึง จริงหรือ????
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยปกติหูมีหน้าที่ในการได้ยิน และการทรงตัวของร่างกาย หูสามารถทนรับฟังเสียงได้ไม่เกิน 90 เดซิเบล เท่านั้น โดยหูฟังเอ็มพี 3 ไอพอด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในขณะนี้ ยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานความดังเสียงที่ปลอดภัยดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรรับฟังในระดับความดังไม่เกิน 80 เดซิเบล หูฟังที่มีจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้มี 3 ประเภท คือ แบบแยงเข้าไปในรูหู (in-ear หรือ ear-plug) แบบแปะ หรือสวมแนบพอดีหู และแบบครอบที่ใบหู แต่ที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุดเป็นแบบแยงเข้าไปในรูหู เพราะมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก แยกแยะเสียงดนตรีได้ชัดเจน หาซื้อง่ายตามแผงลอย ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 30 บาทขึ้นไป การฟังเพลงจากหูฟังชนิดนี้เสี่ยงอันตรายสูงกว่าหูฟังประเภทอื่น เนื่องจากตัวลำโพงหูฟังจะอยู่ใกล้กับประสาทรับเสียงในหูมากที่สุดนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า เพลงที่วัยรุ่นนิยมฟังจะมีหลากหลายแนว เช่น ป๊อป ร็อค ฮิพฮอพ แร็พ พั้งก์ เป็นต้น เป็นเพลงประเภทที่มีจังหวะแรง เร็ว เสียงเบสกระแทกหู หากฟังเสียงดังเกินไป จะมีผลต่อระบบประสาทการได้ยิน ซึ่งการฟังเพลงที่มีความดังเกิน 80 เดซิเบล เป็นเวลานาน จะเป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาทรับสัญญาณในหู ทำให้เสื่อมลงไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการหูตึง ต้องฟังเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้"มีรายงานผลสำรวจวัยรุ่นไทยในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายใน กทม.พบว่า หูตึงสูงถึงร้อยละ 70 การฟังเพลงจากหูฟังหากเปิดเสียงดังไม่ควรฟังนานเกินครึ่งชั่วโมง เพราะเสียงอาจดังมากเกินไป เช่น อาจดังกว่า 110 เดซิเบล จะทำให้เกิดภาวะหูตึงแบบถาวร การฟังที่เป็นอันตรายต่อหูมากที่สุดคือ การเสียบหูฟังตลอดเวลา ไม่เว้นแม้เวลาหลับ จะเป็นตัวเร่งทำให้หูตึงเร็วขึ้น เนื่องจากแก้วหูจะทำงานตลอดเวลา และจะมีผลหลังจากตื่นนอน จะทำให้อารมณ์หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ส่งผลให้เป็นคนอารมณ์ร้ายถึงก้าวร้าว เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง อาการหูตึงจะเกิดทั้งสองข้างพร้อมกัน หากขับขี่รถจะเกิดปัญหาจราจร เพราะไม่ได้ยินเสียงแตรรถ"นพ.สมเกียรติกล่าวนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ หากฟังเพลงจากหูฟังและเปิดเสียงดังเกินไป นอกจากจะทำให้ประสาทหูเสื่อมจนหูหนวกแล้ว ยังทำให้พัฒนาการของสมองในด้านการเรียนรู้ของเด็กลดลง เนื่องจากเซลล์ประสาทรับคลื่นเสียงของเด็กอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ มีความไวต่อการเสื่อมจากเสียงดังมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้การได้ยินต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กในวัยเดียวกัน และจะมีผลไปถึงการพูดของเด็กด้วย เพราะการได้ยินกับการพูดจะสัมพันธ์กัน หากการได้ยินไม่ดีการพูดก็จะไม่ดีด้วย อาจเกิดปัญหาในการเรียนต่อไป หรืออาจต้องพึ่งเครื่องช่วยฟังเสียงตั้งแต่วัยเด็ก ความสามารถในการทำงานลดลงเมื่อเติบโตและทำงาน การติดต่อประสานงานเพี้ยนไป
CONTINUS READING
6 Nov
เรื่องหูตึงในวัยเด็ก
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
" วันนี้ เรามีเกร็ดความรู้ดีดี จะมาบอกต่อกันนะคะ"เรื่องหูตึงในวัยเด็ก เรามาดูสาเหตุกันสิว่า มีอะไรบ้าง สาเหตุส่วนมากเกิดจากมารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ แรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ทารกมีอาการตัวเหลืองต้องเข้าตู้อบ ขาดออกซิเจนชั่วคราวขณะคลอด หรือ กรรมพันธุ์ เพราะฉะนั้นเราควร หาเครื่องช่วยฟังดีดีให้กับเด็ก หรือบุตรหลานของท่าน
CONTINUS READING