Menu
27 june
รู้แล้วห้ามทิ้ง!! ก้านพริกแห้ง สรรพคุณล้างไต รักษาโรคเบาหวาน ได้ผลดีจริง
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
อาหารแต่ละอย่างของคนไทยมีส่วนผสมหลายอย่างในการปรุงรสอาหารให้อร่อยแและน่าทานหนึ่งในนั้นก็คือ พริก ช่วยให้อาหารมีรสจัดจ้านขึ้น เพิ่มสีสันให้น่าทานขึ้น แล้วคนส่วนใหญ่จะเด็ดแค่เม็ดพริกเท่านั้น ส่วนก้านพริกก็ทิ้งไป แต่หารู้ไม่ว่า ก้านพริก นั้นมีประโยชน์เกินกว่าจะทิ้งได้ มีผู้ป่วยโรคเบาหวานท่านหนึ่งเป็นมานาน 20 ปี  และยังเป็นโรคหลอดเลือดตีบจนถึงขั้นอัมพฤกษ์อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นจะเสี่ยงต่อไตวายมาก แต่ผู้ป่วยท่านนี้ไปตรวจดูอาการแต่กลับไม่พบว่ามีความเสี่ยงต่อไตวายเลย ผู้ป่วยท่านนี้ได้บอกว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ได้สูตรยาสมุนไพรจีนสำหรับล้างไตมาจากเพื่อนคนหนึ่ง และได้ใช้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ สูตรการทำยา – นำก้านพริกขี้หนู (อาจใช้พริกอะไรก็ได้) ล้างให้สะอาดปราศจากสารเคมี แล้วนำมาตากแห้ง – หยิบก้านพริกแห้งมาหนึ่งกำมือ ต้มกับน้ำขนาด 3 แก้วให้เดือดไปเรื่อยๆ จนน้ำเหลือ 1 แก้ว สำหรับดื่มมื้อเช้า – แล้วทำใหม่อีกครั้งดื่มมื้อเย็น เป็นเวลา 7 วัน ในทุกๆ รอบ 6 เดือน ผลที่จะเห็น คือ ในวันแรกๆ ที่ดื่มนั้น ปัสสาวะจะมีสีขุ่นเหลืองมาก จนวันถัดๆ มาจะมีสีใสขึ้นเรื่อยๆ เห็นไหมค่ะ ก้านพริกที่ใครต่อใครไม่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์ แต่แท้จริงแล้วกลับมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาไต อย่างไรก็ลองนำไปทำไว้ทานกันดูนะค่ะ
CONTINUS READING
6 Nov
มาตรวจเช็คระดับการได้ยิน มาดูกันว่าคุณอยู่ในระดับไหน
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
ในระดับการได้ยินการเข้าใจคำพูดเริ่มใช้ dB มากกว่า 26 ควรเริ่มใช้ช่วยเครื่องฟังในเบื้องต้น เพราะระดับความพิการ อยู่ในระดับหูตึงน้อย อาจจะใช้เครื่องที่มี dB ไม่สูงมากนะ เพราะจะไม่ทำลายแก้วหู ประสาทรับเสียง ระดับการได้ยิน / ระดับความพิการ / ความสามารถในการเข้าใจคำพูด0-25 dB / ปกติ / ไม่ลำบากในการรับฟังคำพูด26-40 dB / หูตึงน้อย / ไม่ได้ยินเสียงกระซิบ41-55 dB / หูตึงปานกลาง / ไม่ได้ยินเสียงพูดปกติ56-70 dB / หูตึงมาก / ไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังมาก71-90 dB / หูตึงรุนแรง / ได้ยินไม่ชัดแม้ต้องตะโกน>90 dB / หูหนวก / ตะโกน หรือใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ยิน
CONTINUS READING
6 Nov
ฟังเพลงจาก Ipod Iphone เสี่ยงต่อการหูตึง จริงหรือ????
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
นพ.สมเกียรติ ศิริรัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยปกติหูมีหน้าที่ในการได้ยิน และการทรงตัวของร่างกาย หูสามารถทนรับฟังเสียงได้ไม่เกิน 90 เดซิเบล เท่านั้น โดยหูฟังเอ็มพี 3 ไอพอด โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในขณะนี้ ยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานความดังเสียงที่ปลอดภัยดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรรับฟังในระดับความดังไม่เกิน 80 เดซิเบล หูฟังที่มีจำหน่ายในท้องตลาดขณะนี้มี 3 ประเภท คือ แบบแยงเข้าไปในรูหู (in-ear หรือ ear-plug) แบบแปะ หรือสวมแนบพอดีหู และแบบครอบที่ใบหู แต่ที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุดเป็นแบบแยงเข้าไปในรูหู เพราะมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก แยกแยะเสียงดนตรีได้ชัดเจน หาซื้อง่ายตามแผงลอย ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 30 บาทขึ้นไป การฟังเพลงจากหูฟังชนิดนี้เสี่ยงอันตรายสูงกว่าหูฟังประเภทอื่น เนื่องจากตัวลำโพงหูฟังจะอยู่ใกล้กับประสาทรับเสียงในหูมากที่สุดนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า เพลงที่วัยรุ่นนิยมฟังจะมีหลากหลายแนว เช่น ป๊อป ร็อค ฮิพฮอพ แร็พ พั้งก์ เป็นต้น เป็นเพลงประเภทที่มีจังหวะแรง เร็ว เสียงเบสกระแทกหู หากฟังเสียงดังเกินไป จะมีผลต่อระบบประสาทการได้ยิน ซึ่งการฟังเพลงที่มีความดังเกิน 80 เดซิเบล เป็นเวลานาน จะเป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาทรับสัญญาณในหู ทำให้เสื่อมลงไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการหูตึง ต้องฟังเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้"มีรายงานผลสำรวจวัยรุ่นไทยในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายใน กทม.พบว่า หูตึงสูงถึงร้อยละ 70 การฟังเพลงจากหูฟังหากเปิดเสียงดังไม่ควรฟังนานเกินครึ่งชั่วโมง เพราะเสียงอาจดังมากเกินไป เช่น อาจดังกว่า 110 เดซิเบล จะทำให้เกิดภาวะหูตึงแบบถาวร การฟังที่เป็นอันตรายต่อหูมากที่สุดคือ การเสียบหูฟังตลอดเวลา ไม่เว้นแม้เวลาหลับ จะเป็นตัวเร่งทำให้หูตึงเร็วขึ้น เนื่องจากแก้วหูจะทำงานตลอดเวลา และจะมีผลหลังจากตื่นนอน จะทำให้อารมณ์หงุดหงิด ฟุ้งซ่าน ส่งผลให้เป็นคนอารมณ์ร้ายถึงก้าวร้าว เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง อาการหูตึงจะเกิดทั้งสองข้างพร้อมกัน หากขับขี่รถจะเกิดปัญหาจราจร เพราะไม่ได้ยินเสียงแตรรถ"นพ.สมเกียรติกล่าวนพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนของเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ หากฟังเพลงจากหูฟังและเปิดเสียงดังเกินไป นอกจากจะทำให้ประสาทหูเสื่อมจนหูหนวกแล้ว ยังทำให้พัฒนาการของสมองในด้านการเรียนรู้ของเด็กลดลง เนื่องจากเซลล์ประสาทรับคลื่นเสียงของเด็กอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ มีความไวต่อการเสื่อมจากเสียงดังมากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้การได้ยินต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กในวัยเดียวกัน และจะมีผลไปถึงการพูดของเด็กด้วย เพราะการได้ยินกับการพูดจะสัมพันธ์กัน หากการได้ยินไม่ดีการพูดก็จะไม่ดีด้วย อาจเกิดปัญหาในการเรียนต่อไป หรืออาจต้องพึ่งเครื่องช่วยฟังเสียงตั้งแต่วัยเด็ก ความสามารถในการทำงานลดลงเมื่อเติบโตและทำงาน การติดต่อประสานงานเพี้ยนไป
CONTINUS READING
6 Nov
เรื่องหูตึงในวัยเด็ก
/ POSTED BY ADMIN / HEARING AID
" วันนี้ เรามีเกร็ดความรู้ดีดี จะมาบอกต่อกันนะคะ"เรื่องหูตึงในวัยเด็ก เรามาดูสาเหตุกันสิว่า มีอะไรบ้าง สาเหตุส่วนมากเกิดจากมารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ แรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 1,500 กรัม ทารกมีอาการตัวเหลืองต้องเข้าตู้อบ ขาดออกซิเจนชั่วคราวขณะคลอด หรือ กรรมพันธุ์ เพราะฉะนั้นเราควร หาเครื่องช่วยฟังดีดีให้กับเด็ก หรือบุตรหลานของท่าน
CONTINUS READING